นัดที่รับแล้ว จะตอบกลับด้วย Email เพื่อให้ท่านทราบว่า ช่วงเวลาที่ Busy เป็นงานของท่านครับ
มาเลิกกินหูฉลามกันเถอะครับ
เคยเสนอเรื่องเลิกกินหูฉลามมาครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีที่แล้ว สมัยที่เว็บยังเขียนด้วยวิธี Static ใช้ HTML กันตรงๆ
เว้นมาหลายปีโดยที่ระหว่างนี้ผมก็ยังคงถือวัตรเดิมคือวิรัตตัดขาดจากการกินหูฉลามอย่างเงียบๆของผมเอง ไปกินโต๊ะจีนก็ผ่านเมนูหูฉลามไปเสีย ไม่กินกับเขา ถ้าจะมีใครถามผมถึงจะตอบไปว่าผมไม่กิน ถ้าจะโชคดีขึ้นมาหน่อยก็คนถามสนใจคำอธิบายเพิ่มเติม ก็ได้คุยกันต่อ
หลายปีที่ผ่านมานี้ ผมก็นึกว่าการจัดหาหูฉลามคงจะเปลี่ยนไป อาจจะมีการทำฟาร์มฉลาม (ซึ่งผมคงแย่มากที่ไม่ได้ข่าวคราวอะไรเกี่ยวกับฟาร์มฉลามเลย) หรือมีคนประดิษฐ์วัสดุที่ดูและรสชาติเหมือนหูฉลามได้สำเร็จ (ซึ่งผมก็แย่พอที่จะไม่ได้ข่าวคราวแบบนี้อีกเช่นกันครับ) ซึ่งทำให้มีจำนวนฉลามที่ถูกล่าเอาครีบหูมากินลดลง
จนวันก่อนดูข่าวทีวี เกี่ยวกับการล่าหูฉลามที่โหดร้ายยังคงอยู่ ผมก็คิดถึงว่า คงต้องหาโอกาสเขียนถึงเรื่องนี้อีกสักครั้ง ในยุคสมัยของ Web 2.0 ที่บทความของผมมีโอกาสถูกอ่านได้กว้างขวางกว่าสมัยก่อน
ถ้าจะพูดถึงคุณค่าทางโภชนาการ หูฉลามก็ไม่ต่างจากการซดน้ำแกงดีๆสักถ้วยหรอกครับ ผมชอบซดน้ำแกงร้อนๆ และชอบรสชาติของหูฉลาม แต่จะให้กินก็กินไม่ลง
วิดิโอที่แนบมา บอกได้ดีกว่าบทความของผมอยู่แล้วนะครับ เรากำลังกินอาหารที่เบียดเบียนธรรมชาติอย่างที่สุดชนิดหนึ่ง ฉลามที่ถูกเฉือนครีบหูออกทั้งเป็น และทั้งตัวฉลามก็มีส่วนที่คนอยากกินแค่ส่วนเดียวคือครีบหู ฉลามไร้ครีบหูถูกทิ้งลงทะเลให้ค่อยๆตาย!
ฉลามว่ายน้ำโดยใช้หางโบก ครีบหูจะทำหน้าที่บังคับทิศทางส่วนหนึ่ง หากไม่มีครีบหู ฉลามก็จะว่ายดำลึกลงไปเรื่อยๆ หรือว่ายเรี่ยๆผิวน้ำ ฉลามบางพันธุ์มีเหงือกที่ไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถพัดน้ำเข้ามาเองได้จึงต้องว่ายน้ำไปเรื่อยๆให้น้ำไหลผ่านเหงือกเข้ามาเอง การหยุดว่ายหมายถึงฉลามจมน้ำตาย
ฉลามไร้ครีบหู ว่ายลึกลงไปเรื่อยจนถึงก้นทะเลแล้วหยุดรอความตาย หรือไม่ก็ว่ายลึกลงจนระดับออกซิเจนต่ำกว่าที่ฉลามจะมีชีวิตอยู่ได้
นึกถึงถ้าเราจะต้องเดินไปเรื่อยๆหยุดไม่ได้แม้จะรู้ว่าข้างหน้าคือเหวลึกนะครับ ว่าจะน่าสงสารขนาดไหน
เราต้องไม่ลืมด้วยว่า แม้ฉลามเป็นนักล่า แต่ความสูญเสียของมนุษย์โดยภัยจากฉลามนั้นเทียบกันไม่ได้กับภัยจากมนุษย์ด้วยกันเองเช่นอุบัติเหตุบนท้องถนนนะครับ หากเราจะบอกว่าฉลามเป็นอันตรายต่อมนุษย์ เราก็ควรพิจารณากำจัดมนุษย์ด้วยกันเองเสียก่อน
ข่าวทีวีวันนั้นบอกด้วยว่า ช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจของจีนดีขึ้น คนจีนมีเงินมากขึ้น ก็เลยมีโอกาสได้กินอาหารดีๆมากขึ้น รวมทั้งกินหูฉลามมากขึ้นด้วย
มีเงินมากขึ้น เลยกินหูฉลามมากขึ้น ตลกร้ายนะครับ มนุษย์ประดิษฐ์เงินขึ้นเพื่อความสะดวกในการแลกเปลี่ยนสินค้า และต่อมามนุษย์ก็กำหนดกฎิกาของการหมุนเวียนสิ่งสมมุตินี้จนกระทั่งกลายเป็นกลไกที่ทำให้มนุษย์นำทรัพยากรธรรมชาติมาแปรรูปตอบสนองความอยากของตัวเองมากขึ้น
มายาของสิ่งสมมุติที่ชักจูงให้มนุษย์เลื่อนภูมิของตนเองให้ใกล้เทวดาที่มีความพึงพอใจในสัมผัสของตนเองมากขึ้น แลกกับการแก่งแย่งจองเวร แลกกับความเสื่อมของร่างกายที่เสพสิ่งที่พึงพอใจซ้ำๆกัน
แลกกับความเสื่อมของสิ่งรอบกายที่เหลือไว้เพียงขยะ ผลพลอยได้ที่ไม่พึงใจจากการแยกสิ่งพึงใจออกจากธรรมชาติแต่ไม่สามารถหลีกหนีส่วนที่เหลืออยู่ได้
กลไกนี้แหละ ที่บอกมนุษยืให้เชื่อว่า ครีบหูเท่านั้นที่คุ้มกับ "ค่าใช้จ่าย" ในการบรรทุกกลับ ส่วนที่เหลือของฉลาม มีมูลค่าไม่คุ้มที่จะเอากลับไปด้วย ควรโยนทิ้งทะเลไปเสีย
มายาภาพที่สะกดให้เราเชื่อได้เช่นนั้น มายาภาพที่บิดเบือนไปจากความจริงในระดับสัจจะ สัจจะที่ว่า ฉลามทั้งตัว หรือท้องทะเล ต่างก็มีคุณค่าและหน้าที่ของมันไม่ต่างจากตัวมนุษย์
สิ่งประดิษฐ์อันชาญฉลาด กลไกอันชาญฉลาด บนความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผลรวมคือ มนุษย์ที่ยังมีทุกข์และสุขเท่าเดิม เพียงแต่รูปแบบของทุกข์และสุขที่ต่างออกไปจากเดิม
มนุษย์เพียงสยบยอมความต้องการของตนเอง เข้าใจไปเองว่าตนเองชนะทุกสิ่ง
หูฉลามเป็นความพึงพอใจล้วนๆที่แทบไม่มีคุณค่าไดๆเพิ่มเติมให้กับมนุษย์เลย แต่ต้องแลกมาด้วยความสูญเสียที่น่ากลัว
ทานเลี้ยงกันมื้อหน้า เรางดหูแลามกันเถอะนะครับ
